5 ขั้นตอนหาคนตรงงาน ได้คนตรงใจ ที่หัวหน้ามือใหม่ต้องรู้
(คู่มือสำหรับผู้นำมือใหม่ที่อยากสร้างทีมแบบติดกระดุมถูกตั้งแต่เม็ดแรก)
การ “หาคนให้ตรงงาน” และ “ได้คนที่ใช่จริง ๆ” คือหนึ่งในทักษะสำคัญที่สุดของ หัวหน้ามือใหม่
หลายคนอาจเคยมีประสบการณ์แบบนี้…
-
ตอนสัมภาษณ์ คิดว่าใช่เลย
-
แต่พอทำงานจริง…กลับเป็น อีกคนเฉย
สาเหตุไม่ใช่เพราะเราเป็นหัวหน้าที่ไม่เก่ง
แต่เพราะหัวหน้ามือใหม่ส่วนใหญ่ “ให้ความสำคัญกับการสัมภาษณ์มากเกินไป”
และ ละเลยขั้นตอนพื้นฐานที่สำคัญกว่านั้น
จากประสบการณ์ทำงานกว่า 15 ปี กับผู้บริหารและทีมต่าง ๆ
ผมพบว่าการได้ “คนที่ใช่จริง ๆ” ต้องประกอบด้วย 5 ขั้นตอน (กลั่นจากประสบการณ์ส่วนตัว)
ด้านล่างนี้คือ “5 ขั้นตอนคัดคนให้ตรงงาน ตรงใจ” ที่หัวหน้ามือใหม่ควรรู้และทำให้ได้ครับ
1) วิเคราะห์งานให้ลึกก่อนหาคน (Job Analysis) — จุดเริ่มต้นของการได้คนที่ใช่
หัวหน้ามือใหม่จำนวนมาก “รีบเขียน JD และโพสต์ประกาศรับคน” ทั้งที่ ยังไม่รู้จริง ๆ ว่าต้องการอะไร
ก่อนเขียนประกาศงาน ลองตอบคำถามเหล่านี้ก่อน:
-
งานต้องทำอะไรบ้าง งานสำคัญคืออะไร
-
ต้องใช้ทักษะอะไรบ้าง (Hard Skills + Soft Skills)
-
ต้องมีทัศนคติแบบไหน
-
งานนี้ต้องสัมพันธ์กับทีมไหนบ้าง
นี่คือการวาง “กระดุมเม็ดแรก” ให้ถูกต้อง
เพราะถ้าวิเคราะห์งานผิด ต่อให้สัมภาษณ์ดีแค่ไหน…ก็ไม่ตรงงานอยู่ดี
2) เขียน Job Description (JD) ให้ชัด — ลดความคลุมเครือ เพิ่มโอกาสได้คนที่ใช่
JD ไม่ใช่เอกสาร HR
แต่เป็น เข็มทิศของหัวหน้า เพื่อให้รู้ว่าเรากำลังมองหา “แบบไหนกันแน่”
JD ที่ดีควรบอก:
-
หน้าที่งาน (Responsibilities)
-
สิ่งที่คาดหวัง (Expectations)
-
KPI สำคัญ
-
คุณสมบัติที่ต้องมี (Qualifications)
-
ทักษะที่ดีถ้ามี (Nice to Have)
เมื่อ JD ชัด ผู้สมัครที่ไม่ตรงจะคัดตัวเองออกไป
และคนที่ตรงงานจะ “เดินมาหาเราเอง”
3) สัมภาษณ์แบบมีระบบ — ใช้ STAR Method และถามหา “คุณค่า”
หัวหน้ามือใหม่มักโฟกัสแค่คำตอบสวย ๆ ระหว่างสัมภาษณ์
แต่ความจริง สิ่งสำคัญคือ พฤติกรรมจริงในอดีต
ใช้ STAR Method ช่วยให้เห็นภาพชัด:
-
Situation – เหตุการณ์คืออะไร
-
Task – บทบาทเขาคืออะไร
-
Action – ลงมือทำอะไร
-
Result – ผลลัพธ์คืออะไร
พร้อมถามคำถามที่ช่วยดู คุณค่าภายใน (Values) เช่น:
-
เวลาเจอความกดดัน เขารับมือยังไง
-
ความหมายของ “การทำงานเป็นทีม” สำหรับเขาคืออะไร
-
เขาให้ความสำคัญกับอะไรในงาน
เพราะ “ทักษะ” ปรับได้ แต่ “คุณค่าและทัศนคติ” ปลอมไม่ได้ และปรับทีหลังยากมากกกกก
4) Onboarding ให้ประทับใจ — ทำให้คนใหม่รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของทีมตั้งแต่วันแรก
การต้อนรับพนักงานใหม่คือโอกาสใหญ่ของหัวหน้า
หลายคนมักมองข้าม ทั้งที่มันคือช่วงเวลาสำคัญที่สุด
Onboarding ที่ดีต้อง:
-
ทำให้เขาไม่รู้สึกโดดเดี่ยว
-
อธิบายความคาดหวังอย่างชัดเจน
-
ตั้ง KPI ร่วมกัน
-
ให้เพื่อนร่วมงานช่วยซัพพอร์ต
-
ให้ Feedback รายสัปดาห์ในช่วง 4–6 สัปดาห์แรก
Onboarding ดี = ลดโอกาสผิดหวังในอนาคต
5) ประเมินผล 60 วัน – 90 วัน — ดูด้วยข้อมูล อย่าใช้ความรู้สึก
หลายทีมไม่กล้าบอกว่า “ไม่ใช่”
ทั้งที่เรารู้อยู่ลึก ๆ ว่างานไม่ลงล็อก
การประเมิน 60 และ 90 วันช่วย:
-
เช็กว่าเขาทำงานได้จริงไหม
-
เขาปรับตัวเข้ากับทีมได้หรือไม่
-
เขาใช้ทัศนคติแบบที่เราต้องการหรือเปล่า
-
มีสัญญาณที่ต้อง “คุยกันตรง ๆ” หรือไม่
และสำคัญที่สุด…
ถ้าไม่ใช่ ต้องกล้าตัดสินใจ
เพราะการฝืนอยู่ = เสียทั้งงาน เสียทีม และเสียเวลา
การหาคนไม่ใช่แค่ “เลือกคนเก่ง” แต่คือ “วางระบบให้ได้คนตรงใจ”
การสรรหาคือ “กระดุมเม็ดแรกของการสร้างทีม”
ถ้าติดผิด ทุกอย่างจะเพี้ยนไปหมด
ในฐานะหัวหน้ามือใหม่ คุณไม่จำเป็นต้องสัมภาษณ์เก่งที่สุด
แต่คุณต้อง วางระบบการคัดคนให้ดีตั้งแต่ต้น
ใช้เวลาเพิ่มอีกนิดตอนสรรหา
เพื่อลดความปวดหัวในอนาคต
และจำไว้นะครับ…
ยังไม่ต้องเชื่อผม — แค่ลองทำ แล้วปล่อยให้ผลลัพธ์พิสูจน์เอง
ต้องการพัฒนาทักษะภาวะผู้นำ, การอ่านคน, การใช้คนเป็นไหม?
ผมช่วยพัฒนาผู้นำในองค์กร เพื่อให้อ่านคนออก บอกคนได้ ใช้คนเป็น
และนำทีมสร้างผลลัพธ์ด้วยการรู้จักและยอมรับตัวเอง
สนใจทักมาได้นะครับ




